การพัฒนาแผ่นอะคริลิก

แผ่นอะคริลิกพลาสติกเป็นพลาสติกที่ได้จากการนำโมโนเมอร์ของเมทิลเมทาไครเลต (methylmethacrylate, MMA) มาทำปฏิกิริยาการเกิดโพลิเมอร์ (polymerization) โดย 2 นักเคมีชาวเยอรมันเป็น ฟิททิจ (Fittig) แล้วก็พอล (Paul) สามารถสังเคราะห์โพลิเมทิลเมทาไครเลตได้ตั้งแต่ปี คริสต์ศักราช 1877 แล้ว แต่ว่าการพัฒนาแนวทางผลิตให้ได้แผ่นอะคริลิกพลาสติกออกมาจำต้องคอยถึงปี คริสต์ศักราช 1933เมื่อออทโท เริห์ม (Otto RÖhm) นักเคมีชาวเยอรมันขอจดสิทธิบัตรแนวทางผลิตแผ่นพลาสติกใสจากโพลิเมทิลเมทาไครเลตในชื่อเชิงพาณิชย์ Plexiglas ต่อจากนั้นในปี คริสต์ศักราช 1936 ก็เลยมีการผลิตแผ่น Plexiglas ออกวางขายในเชิงการค้า ด้วยความเจริญก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์แล้วก็เทคโนโลยี เดี๋ยวนี้สามารถผลิตแผ่นอะคริลิกพลาสติกได้จากปฏิกิริยาการเกิดโพลิเมอร์หลายแบบ อย่างเช่น การเกิดโพลิเมอร์แบบอีมัลชัน (emulsion polymerization) การเกิดโพลิเมอร์แบบบัลก์ (bulk polymerization) ฯลฯ การสร้างอะคริลิกพลาสติกแบบ “แผ่น” มักใช้วิธีการกำเนิดโพลิเมอร์แบบบัลก์ โดยเพิ่มเติมโมโนเมอร์ของเมทิลเมทาไครเลตกับตัวกระตุ้นปฏิกิริยาลงในแม่พิมพ์ (mold) พร้อม ทรัพย์สินที่น่าดึงดูดของอะคริลิกพลาสติก 1.มีความหนาแน่นราว 1.15-1.19 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร 2.มีจุดหลอมเหลวที่อุณหภูมิ 130-140 องศาเซลเซียส รวมทั้งจุดเดือดที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส 3.มีคงทนถาวรต่อการชน (impact strength) สูงขึ้นมากยิ่งกว่าแก้วแล้วก็โพลิสไตรีน แม้กระนั้นต่ำลงยิ่งกว่าโพลิคาร์บอเนตแล้วก็พลาสติกวิศวกรรมประเภทอื่น 4.อะคริลิกพลาสติกมีเนื้ออ่อนก็เลยกำเนิดรอยขีดข่วนได้ง่าย 5.แสงไฟสามารถส่องผ่านเนื้อพลาสติกได้ถึงปริมาณร้อยละ 92 แล้วก็มีการสะท้อนกลับที่ผิวโดยประมาณจำนวนร้อยละ 4 6.มีความคงทนต่อสิ่งแวดล้อมดีมากยิ่งกว่าพลาสติกประเภทอื่นยกตัวอย่างเช่น โพลิคาร์บอเนต ก็เลยนิยมใช้อะคริลิกพลาสติกกับงานที่โล่งแจ้งด้วย 7.อะคริลิกพลาสติกไม่แข็งแรงต่อตัวทำละลายหลายประเภท

เล็บสั้นก็สวยได้ด้วยไอเดียศิลปะเก๋ๆ

สาวๆ แนวสปอร์ต ที่ไม่ชอบไว้เล็บยาว ก็มีโอกาสที่จะทำเล็บให้สวยเก๋ได้ ไม่แพ้สาวๆ ที่เล็บยาว หากสามารถเลือกดีไซน์ และสไตล์ที่ลงตัวได้ แน่นอนว่า ศิลปะบนเล็บนั้น ทำให้คุณดูแตกต่าง บ่งบอกตัวตน ดีไซน์ที่เลือกก็ไม่จำเป็นจะต้องซับซ้อน และเทคนิคดังต่อไปนี้ จะช่วยให้สาวเล็บสั้น สวยเก๋ ทันสมัยได้ไม่ยากเลย